เที่ยวสัตหีบเยี่ยมชมโรงละครไทยอลังการ ความอลังการแห่งศิลปะวัฒนธรรม

นักท่องเที่ยวที่มีหัวใจรักศิลปวัฒนธรรมไทยคนใดที่มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวสัตหีบ  อย่าได้พลาดที่จะไปเยี่ยมเยือนโรงละครไทยอลังการซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 80 ไร่ ในตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ในพื้นที่ของโรงละคนไทยอลังการประกอบด้วยโซนสำหรับบริการนักท่องเที่ยว 3 ส่วนคือ ส่วนของโรงละครขนาดใหญที่จุผู้ชมได้ถึง 2,000 ที่นั่ง ส่วนของลานวัฒนธรรม  และส่วนของภัตตาคารอาหารไทยทีสามารถให้บริการนักท่องเที่ยวได้ถึง 1,000 กว่าที่นั่ง  หากขับรถผ่านเส้นทางหลักขณะเดินทางไปเที่ยวสัตหีบ เห็นป้ายโรงละครไทยอลังการ ไม่ต้องลังเลก็เลี้ยวรถเข้าไปเลยครับ

ไฮไลท์ของ โรงละครไทยอลังการ คือ ส่วนของโรงละครที่ยิ่งใหญ่อลังการสมดังชื่อที่ตั้งไว้ รับรองได้เลยว่าหากคุณเป็นคนไทยที่มีจิตใจรักความเป็นศิลปะชาติบ้านเมืองของเราแล้ว ขณะชมการแสดง คุณจะบังเกิดความปลื้มปิติ ในคุณค่าของความเป็นไทยอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งความปลื้มปิตินั้นจะทำให้คุณต้องยิ้มทั้งน้ำตาด้วยความปลาบปลื้มใจในความงดงาม และเรื่องราวความเป็นอมตะของการแสดงของบนเวทีอย่างแน่นอน และเม้คุณเป็นคนรุ่นใหม่ที่คิดว่าซิลปะการแสดงวัฒนธรรมไทยเป็นเรื่องน่าเบื่อ คุณจะเปลี่ยนความคิดอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยที่เดียว

ในส่วนของโรงละคร เริ่มต้นความงดงามด้วยการตกแต่งบรรยากาศของโรงละครที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของศิลปวัฒนธรรมไทยเป็นการต้อนรับผู้เข้าชมการแสดง  ที่สำคัญทั้งยังเติมเต็มความอิ่มตาอิ่มใจด้วย เวทีการแสดงแบบพาโนราม่า  บนเวทีที่มีความยาว 70 เมตร ซึ่งเป็นเวทีโรงละครที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ทำให้ผู้เข้าชมอิ่มตาอิ่มใจและรู้สึกใกล้ชิดกับการแสดงมากยิ่งขึ้น และด้วยคุณสมบัติพิเศษของเวทีแบบพาโนราม่าทำให้ชมการแสดงอย่างตืนตาตื่นใจ ทั้งในการเหาะเหินเดินอากาศ การแสดงบนภาคพื้นดิน และภาคพื้นน้ำ รวมถึงการแสดงพลุไฟ ด้วยระบบไพโรเทคนิค รวมทั้งเทคนิดการฉายภาพบนม่านน้ำที่มีความยาวกว่า 50 เมตร และยังได้รับอรรถรสที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นด้วยระบบเสียงแบบ Real Surround  ด้วยความอลังการทั้งหมดที่เป็นองค์ประกอบสร้างความรู้สึกในผู้ชมอดจินตนาการไม่ได้ว่าได้หลงเข้าไปอยู่ในดินแดนแห่งสรวงสรรค์ที่กำลังมีการแสดงสุดยอดของมหรสพอย่างไรอย่างนั้น เสน่ห์และความน่ารักอีกประการหนึ่งของการเข้าชมการแสดงก็คือ ผู้ชมจะได้มีโอกาสเข้าร่วมการแสดงกับนักแสดงบนเวทีด้วย อย่างกลมกลืนและสนุกสนาน อันสะท้แนถึงอุปนิสัยของคนไทยที่มีความต้องการแบ่งปันความสุข แสดงการต้อนรับผูที่มาเยือนด้วยน้ำใจไมตรีที่ใสสะอาด ซึ่งสีสันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงนี้สร้างบรรยากาศความอบอุ่นและสนุกสนานในการมีส่วนร่วมของผู้ชมได้ในทุกๆรอบการแสดง      นอกจากนั้นหลังการแสดงจบ ผู้แสดงหรือตัวละครทุกคนจะลงมาพูดคุยและร่วมถ่ายภาพที่ระลึกกับผู้ชม เพื่อนำกลับไปเป็นความทรงจำในการมาเที่ยวสัตหีบในประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ ณ โรงละครไทยอลังการด้วย และโรงละครไทยอลังการเป็นโรงละครแห่งเดียวของประเทศไทย ที่สามารถนำเสนอเทคนิคพิเศษในการแสดงได้ทั้งแบบทั้ง Indoor  Outdoor ได้ ทั้งหมดนี้คือการตอกย้ำความยิ่งใหญ่อลังการของโรงละครไทยอลังการที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวสัตหีบสามารถแวะไปสัมผัสได้ด้วยตัวเองในงบประมาณที่ไม่สูงนัก

เมื่อชมการแสดงในส่วนของโรงละครเสร็จแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินเยี่ยมชมในโซนของลานวัฒนธรรมที่ทางโรงละครไทยอลังการได้จัดไว้ เพื่อให้นักท่อเที่ยวได้เปลี่ยนบรรยากาศจากควางดงามตระการตา มาสัมผัสบรรยากาศความรืนเริงในวิถีชีวิตแบบไทยๆบริเวณ “ตลาดไทยอลังการ”  เพลินเพลินกับการแสดงของวงดนตรี ชมความอลังการของเครื่องหนังไทย สลับการการเลือกซื้อเลิกชิมขนมไทยนานาชนิด  ของว่าง เครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นในโซนลานวัฒนธรรม

และหากท่องเที่ยวในทั้งส่วนจนเหน็ดเหนื่อยแล้วต้องการรับประทานอาหาร ทางโรงละครไทยอลังการได้จัดภัตตาคารอาหารไทยหลากหลายชนิดไว้บริการ ในห้องอาหารขนาดใหญ่ที่จุผู้ใช้บริการได้ถึง 1,000 กว่าคน

ด้วยองค์ประกอบในส่วนต่างๆของโรงละครไทยอลังการ ที่ได้จัดสรรไว้บริการนักท่องเที่ยวอย่างครบวงจร จึงไม่ทำให้นักท่องเที่ยวทีมาเที่ยวสัตหีบและแวะมาเยี่ยมชมโรคละครไทยอลังการไม่มีคำว่าผิดหวัง แถมกลับจากการไปเที่ยวสัตหีบในครั้งนี้ ยังกลับไปแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แตกต่างจากการไปเที่ยวสัตหีบครั้งก่อนๆที่จะมักจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยวทะเลเพียงอย่างเดียวอีกด้วย ความประทับใจที่ได้รับ อาจทำให้คุณต้องอุทานออกมาว่า โห! เที่ยวสัตหีบ มีสถานที่อลังการอย่างนี้ด้วยหรือเนี่ย

การไปเที่ยวชมโรงละครไทยอลังการ ใช่เพียงเป็นการชมเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ศิลปะวัฒนธรรมของไทยที่สวยงามให้คงอยู่เพื่อสืบทอดความมีคุณค่านี้ไปยังรุ่นลูกหลานของเราในอนาคตด้วย ดังนั้นถึงแม้ว่าจะมาเที่ยวสัตหีบ โดยไม่ค่อยมีความสนใจในการแสดงศิลปวัฒนธรรมมาก่อนเลยก็ตาม ลองเปิดใจให้กว้าง เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ในการมาเยี่ยมชม ศิลปวัฒนธรรมการแสดงแบบไทยๆที่ โรงละครไทยอลังการสักครั้ง รับรองได้ว่า คุณจะหลงรัก ภาคภูมิใจ และหวงแหนในศิลปะวัฒนธรรมไทยของเราอย่างแน่นอน

เที่ยวสัตหีบ เที่ยวสวนนงนุชสวรรค์ของนักท่องเที่ยว

ไปเที่ยวสัตหีบ ถ้าขาดโปรแกรมไปเที่ยวสวนนงนุช น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวหลายคนคงเคยได้ยินชื่อสวนนงนุช และคิดกันไปเองว่า คงเป็นเพียงสถานทีท่องเที่ยวที่มีเพียงต้นไม้ ดอกไม้เหมือนสวนทั่วๆไป  ทำให้การเดินทางไปเที่ยวสัตหีบ ขาดโปรแกรมไปเที่ยวสวนนงนุชอย่างน่าเสียดาย จึงเข้าทำนองที่ว่า ใกล้เกลือกินด่าง อันมีความหมายถึง การมีสิ่งที่ดีใกล้ตัว แต่มองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งนั้น

ที่กล่าวเช่นนี้เพราะ สวนนงนุชเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั่วโลกต่างเดินทางมาเที่ยวเมื่อเดินทางมาเที่ยวสัตหีบ สวนนงนุชจะเป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวโปรแกรมแรกที่ถูกเลือก

นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวสัตหีบ แล้วไปเที่ยวที่สวนนงนุช ต่างก็พูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า คุ้มค่าที่ได้ไปสวนนงนุช

จริงอยู่ที่ว่าสวนนงนุชเต็มไปด้วยความเขียวขจีของพันธุ์ไม้นานาพันธุ์ แต่ว่าพันธุ์ไม้ที่อยู่ในสวนนงนุชเป็นพันธุ์ไม้สวยงามที่รวบรวมมาจากทั่วทุกมุมโลกและนำมาปลูกไว้ในสวนนงนุชที่เดียว จนกลายเป็นสวนพันธุ์ไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเซีย  สวนนงนุชจึงเป็นที่สนใจในการเดินทางมาศึกษาพันธุ์ไม้จากนักพฤกษาศาสตร์แถวหน้าจากทั่วทุกมุมโลก เมื่อเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย และไปเที่ยวสัตหีบ

นอกจากต้นไม้ที่สวยงามจากทั่วทุกมุมโลกที่มารวมตัวอยู่ที่สวนนงนุชแล้ว ไม้ดอกหลากหลายชนิดที่ทางสวนได้นำมาปลูกยังเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดให้มาเที่ยวชมความสดใสของไม้ดอกที่ออกดอก สะพรั่งสวยงามตามฤดูกาล  ทำให้สวนนงนุชงดงามดั่งสวรรค์บนดินที่สามารถสัมผัสและชื่นชมความงดงามได้

เที่ยวสัตหีบ แล้วไปเที่ยวสวนนงนุช นอกจากจะได้สัมผัส ความร่มเย็นของพันธุ์ไม้ที่ร่มรื่น ครึ้มเย็นแล้ว  นักท่องเที่ยวยังได้สูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด เสริมสร้างสุขภาพที่ดีด้วย เพราะสวนนงนุชถือเป็นปอดขนาดใหญ่ของจังหวัดชลบุรี และอาจกล่าวได้ว่า เป็นปอดขนาดใหญ่ของภาคตะวันออกของประเทศไทยก็ว่าได้

การท่องเที่ยวเชิงพฤกษศาสตร์ภายในสวนนงนุชไม่น่าเบื่อ เพราะถูกจัดอย่างสวยงามลงตัวด้วยศิลปะการจัดสวนนานาชาติ ความงดงาม และความร่มรื่นที่กล่าวมาในข้างต้นทั้งหมดนี้ ทำให้สวนนงนุชเป็นสถานที่นักท่องที่ยวมีมุมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกมากที่สุดแห่งหนึ่ง ดังนั้นนักท่องเที่ยวท่านใดที่รักการถ่ายภาพ แล้วไปเที่ยวสัตหีบจึงไม่ควรพลาดโปรแกรมการท่องเที่ยวสวนนงนุช เป็นอันขาด

นอกจากนั้นในบริเวณที่ท่องเที่ยวในสวนนงนุช ยังมีโรงละครติดแอร์ขนาดใหญ่ที่สามารถจุผู้ชมได้มากถึง 2,000 คน เพื่อรองรับการแสดงทางศิลปะวัฒนธรรมทั้ง 4 ภาคของประเทศไทยที่งดงาม วิจิตรตระการตา จำนวน 7 ชุด และการแสดงโชว์ช้างแสนรู้ ในบริเวณโรงแสดงช้างที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับโรงละครแห่งนี้

ในที่นี้จะขอนำชื่อชุดการแสดงของศิลปวัฒนธรรมทั้ง 4 ภาค และการชื่อชุดการแสดงของช้างแสนรู้ทั้ง 8 ชุดมาฝาก เพื่อจะได้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจที่จะมาท่องเที่ยวสวนนงนุชแห่งนี้

การแสดงชุดศิลปวัฒนธรรมจำนวน 7 ชุดประกอบด้วย ( เวลาการแสดงทั้งหมด 30 นาที )

1.ชุดวัฒนธรรมไทย 4 ภาค   2.ชุดวัฒนธรรมไทบ ลุ่มแม่น้ำโชงผสมผสานศิลปะจะวันตก

3.ชุดยุทธหัตถี                        4.ชุดตีกลองสะบัดไชย                         5.ชุดชกมวยไทย

6.ชุดแห่นาค                           และ7.ชุดนางอัปสรา

สำหรับการแสดงโชว์ช้างแสนรู้มี จำนวน 8 ชุดดังนี้

1.ช้างปาลูกโป่ง                     2.ช้างชู้ตบาส          3.ช้างปั่นจักรยาน                  4.ช้างเต้นระบำ

5.ช้างวาดรูป                           6.ช้างอุ้มคนเดิน     7.ช้างข้ามคน                          8.ช้างโยนโบว์ลิ่ง

ส่วนรอบการแสดงของโชว์ทั้งสองส่วนนั้น นักท่องเที่ยวไม่ต้องกังวล เพราะสวนนงนุชได้มีการจัดรอบการแสดงไว้ในแต่ละวันจำนวน 5 รอบ  เพื่อรองรับนักท่งเที่ยวที่เดินทางมถึงในเวลาที่แตกต่างกัน

สำหรับอัตราค่าเข้าชมส่วนนงนุชนั้นมีอัตราค่าเข้าชมที่แตกต่างกันระหว่างนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยราคาค่าเข้าชมนั้นจัดเป็นแพ็ดเก็ตต่างๆเพื่อตอบสนองความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยว อาทิ มีทั้งแพ็ดเก็ตราคาค่าผ่านประตู ที่รวมอาหารกลางวัน อาหารเย็น หรือแพ็ดเก็ตที่รวมค่ารับรับส่งระหว่างพัทยาและสวนนงนุช  พิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวเด็กที่มีความสูงไม่เกิน 130 ซม. สามารถเข้าชมได้ฟรีไม่เสียค่าบัตรผ่านประตู

(สามารถโทรสอบถามราคาแพ็กเก็ตต่างๆก่อนเดินทางไปท่องเที่ย หรือติดต่อซื้อราคาพิเศษจากบริษัททัวร์ดีที่สุด  เพื่อความสะดวกในการเตรียมงบประมาณ)

และสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวสัตหีบ ต้องการหาที่พักในบรรยากาศของสวนขนาดใหญ่ สวนนงนุชก็มีที่พักไว้ให้บริการในโซนต่างๆของสวน มีห้องพักขนาดต่างๆให้เลือกพักตามความต้องการ

เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ครบวงจร สวนนงนุชพัทยา จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม

รู้จักสวนนงนุชแล้ว  การไปเที่ยวสัตหีบ ครั้งต่อไป อย่าลืมแวะเที่ยวสวนนงนุชเชียว

ข้อแนะนำสำหรับการเดินทางเที่ยวสวนนงนุช

 ควรนำน้ำดื่มติดตัวเข้าไปขณะเดินชมสถานที่ท่องเที่ยว  เพราะสวนมีบริเวณกว้างใช้เวลาเดินเที่ยวนาน  เป็นการประหยัดค่าน้ำดื่มด้วย

หากมีเด็กไปเที่ยวด้วย ควรดูแลอย่างใกล้ชิด และใส่ป้ายชื่อเด็กพร้อมเบอร์โทรผู้ปกครองในกรณีเกิดการพลัดหลงกับผู้ปกครองด้วย

ไปเที่ยวสัตหีบ ลิ้มรสน้ำองุ่นแสนอร่อย ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่ ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค กันเถอะ

ถ้าคุณกำลังคิดจะไปเที่ยวสัตหีบอยูหรือเปล่า?

ไร่องุ่นซิลเวอร์เลคเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของสัตหีบที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวและคู่รัก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบบรรยากาศโรแมนติก  ไร่องุ่นซิลเวอร์เลคอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ตั้งอยู่ในเขต ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นี่เอง

ไร่องุ่นซิลเวอร์เลคบริหารและเป็นเจ้าของโดย อดีตดาราสาวของการภาพยนตร์ไทยที่มีชื่อเสียงคือ คุณสุพรรณษา เนื่องภิรมย์ ที่ผันตัวเองจากงานในวงการบันเทิงมาพัฒนาผืนดินแห่งนี้ด้วยการออกแบบสร้างตัวอาคารสไตล์ยุโรป ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สีสันโดดเด่นแต่สอดคล้องอย่างลงตัวกับทัศนีย์ภาพของไร่องุ่นโดยรวม จึงเป็นที่นิยมอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการถ่ายภาพ

ในส่วนของการเพาะปลูกต้นองุ่น ในบริเวณไร่องุ่น ทางไร่ได้นำสายพันธุ์องุ่นกว่า 12 สายพันธุ์มาลงปลูก ในแต่ละโซน  ดังนั้นกิจกรรมสำคัญที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางไปเที่ยวคือการนั่งรถของทางสวนเยี่ยมชมสายพันธุ์แต่ละชนิด ท่ามกลางความร่มเย็นด้วยสายลมและความเย็นของสายน้ำที่พัดเอาความชุ่มเย็นจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ส่งเสริมให้บรรรยากาศของสวนองุ่นมีทัศนียภาพที่งดงามยิ่งขึ้น

นอกจากทิวทัศน์ พันธุ์ไม้ อันงดงามของสวนองุ่นที่ได้รับการดูแลอย่างดี เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว ไร่องุ่นซิลเวอร์เลคยังโดดเด่นด้วยตัวอาคารสไตล์ยุโรป สีสันสดใส  อาคารรูปแบบโดมที่กลมกลืนกับบรรยากาศของสถานที่อย่างลงตัว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพที่ระลึกอีกหลายจุดอีกด้วย

ไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดของสถานที่ในการเที่ยวสัตหีบแห่งนี้ ก็คือ การได้ลิ้มรสชาติของน้ำองุ่นที่แสนอร่อย ที่มีจำหน่ายให้รับประทานร่วมกับ ขนมต่างๆที่แปรรูปมาจากองุ่นหลากหลายชนิด อาทิ พายองุ่น แครกเกอร์องุ่น เยลลี่องุ่น และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ที่นักท่องเที่ยวขาดไม่ได้ก็คือ การควักกระเป๋สตางค์ ซื้อองุ่นสดรับประทานขณะเดินเที่ยวในไร่ หรือซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านอีกด้วย

เนื่องจากมีจำนวนสายพันธุ์องุ่นกว่า 12 สายพันธุ์ที่ปลูกในสวนซิลเวอร์เลค จึงมีหลายสายพันธุ์ที่ทางไร่ตั้งใจปลูกเพื่อใช้ทำไวน์องุ่น สวนซิลเวอร์เลคจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นขวัญใจของนักดื่มไวน์เลยทีเดียว และสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการทดลองชิมรสชาติของไวน์ที่บ่มขึ้นเองในโรงบ่มของไร่องุ่นซิลเวอร์เลค ทางไร่ก็ได้จัดบริเวณหนึ่งของอาคารไว้เป็นห้องสำหรับดื่มไวน์ และเดินชมผลิตภัณฑ์ไวน์ของทางไร่  โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องไวน์โดยตรงให้คำแนะนำในการเลือกซื้อไวน์

แต่อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่อยากจะดื่มไวน์เพื่อทดสอบรสชาติของไวน์แต่ละแบบ ก็สามารถสั่งดื่มเป็นแก้วก่อน ที่จะตัดสินใจซื้อติดมือกลับบ้านไปสักขวดสองขวดก็ได้

ด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่น งดงาม ที่เป็นธรรมชาติอย่างลงตัว  ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวสัตหีบ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะนอกจากจะได้ดื่มดำกับบรรยากาศที่สวยงามของสวนองุ่นแล้ว ยังได้ลิ้มรสความสดชื่นของน้ำองุ่น ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่น ในรูปแบบขนมต่างๆ และผลิตภัณฑ์ไวน์ที่เก็บผลองุ่นจากในสวนไปผ่านขบวนการหมักอย่างมืออาชีพในโรงบ่มไวน์ของทางไร่ด้วย

เมื่อดูดดื่มบรรยากาศของไร่องุ่นซิลเวอร์เลคจนเหน็ดเหนื่อยแล้ว ทางไร่ก็ได้จัดมุมร้านอาหารบรรยากาศดี รสชาติอร่อยให้ได้นั่งรับประทานเอาแรง หรือหากอยากจะรองท้องด้วยอาหารว่างแสนอร่อย ทางไร่ก็มีพิชซ่าจำหน่ายเป็นชิ้นๆให้ถือกลับไปรับประทานขณะเดินทางกลับได้ด้วย ซึ่งการันตีรสชาติได้ว่าเยี่ยมยอดมากกว่า 3 ดาวขึ้นไปเลย

และสำหรับใครที่รักการปลูกพืชผักสวนครัว รักการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ  ทางไร่องุ่นซิลเวอร์เลคได้จัดพันธุ์พืชผักสวนครัว อาทิ กระเพราะ โหระพา พริกขี้หนู พริกหยวก  มะเขือ ฯลฯ ไว้จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วย

ด้วยการให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างครบวงจรและส่ใจ  ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค จึงเป็นสถานที่เที่ยวสัตหีบที่ติดอันดับต้นๆ เรียกว่าใครไปเที่ยวสัตหีบ ไม่ได้ไปเที่ยว ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค เขาถือว่ายังไม่ได้เที่ยวสัตหีบกันเลยเชียว

ขอแถมท้ายเพิ่มเติมสักเล็กน้อยว่า บริเวณใกล้ๆ ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค  ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่มีคุณค่าและงดงามให้ผู้ที่มาเที่ยวสัตหีบได้เข้าไปกราบไหว้สักการะบูชากันอีกด้วย นั่นคือ พระพุทธรูปแกะสลักด้วยเลเวอร์บนหน้าผาเขาชีจรรย์ ซึ่งสร้างขึ้นในปี พศ.2539 ตามพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช  โดยพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว มีพระนามว่า พระพุทธมหาวชิรอุตตะโมภาสศาสดา และอยู่ห่างจากไร่ซิลเวอร์เลค เพียง 1-2 กิโลเมตร เท่านั้น อีกทั้ง วัดญาณสังวราราม ซึ่งเป็นวัดพระอารามหลวง  ก็ตั้งอยู่ห่างจากไร่องุ่นซิลเวอร์เลคเพียง 6 กิโลเมตรเท่านั้น

 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนา ที่ได้แนะนำมาให้เที่ยวสัตหีบ ที่วัดญาณสังวราราม เพื่อจะได้มีโอากสกราบไหว้ขอพรจากเทพเจ้าจีนที่วิหารเซียน ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดญาณสังวราราม

และหากนักท่องเที่ยวท่านใดมีความสนใจอยากศึกษา และเยี่ยมชมเรื่องการเกษตรแบบอินทรีย์ การเกษตรแบบพอเพียง ทางวัดญาณสังวรารามได้จัดพื้นที่ส่วนหนึ่งของวัดเป็นส่วนแสดงแปลงเพาะปลูกเกษครอินทรีย์ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชม ศึกษาหาความรู้ และอาจซื้อผักปลอดสารพิษติดไม้ติดมือกลับไปรับประทานที่บ้านได้

คุ้มใช่ไหมคะ? เที่ยวสัตหีบครั้งนี้ เพราะเดินทางไปเที่ยวสถานที่เดียว แต่หมือนมีโอกาสได้ท่องเที่ยวเชิงศาสนา เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตอีกด้วย เรียกว่าได้อิ่มทั้งทางโลกและทางธรรมเลยทีเดียว

อ้าว ! แล้วจะลังเลอะไรกันอยู่ล่ะทีนี้ เตรียมวางแผนกับคนที่คุณรัก ไปกินไปเที่ยวที่ ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค แล้วกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้กันเถอะ ไปให่ครบจะได้ชื่อว่า ได้มาเที่ยวสัตหีบกันจริง

8 วิธีเที่ยวเกาะแสมสารอย่างไร ให้สนุกและปลอดภัย

ฤดูร้อนบ้านเรา หลายคนคงจะนึกภาพท้องทะเล ที่หากลงไปเล่นน้ำเมื่อไหร่ ก็คงจะสดชื่นและเย็นฉ่ำกันอย่างแน่นอน แม้แต่กิจกรรมต่างๆ อย่างการไปเกาะเพื่อล่องเรือ ดำน้ำดูปะการัง อย่างเกาะแสมสารที่มีหลากหลายกิจกรรมให้นักท่อง เที่ยวได้ฟินเวอร์กัน ตั้งแต่เช้าจรดเย็น หลายคนจึงวางแผนที่จะไปท่องเที่ยวโดยเฉพาะวันหยุดยาวๆ กับการคลายร้อนพักผ่อนหย่อนใจริมทะเล ที่นอกจากจะชมความงามของทัศนียภาพชายหาดและน้ำทะเลแล้ว การไปเกาะแสมสาร เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ยังช่วยให้คุณได้ชาร์จแบตก่อนเริ่มงานในเช้าวันใหม่ด้วย มาดูเคล็ดลับกับ  8  วิธีเที่ยวเกาะแสมสารอย่างไร ให้สนุกและปลอดภัยกันดีกว่า จะได้เตรียมตัวเที่ยวให้ฟินสุดโต่งกันไปเลยครับ

1.เที่ยวเกาะแสมสารทั้งทีอย่าไปช่วงเทศกาล

เพราะการเดินทางไปเที่ยวเกาะแสมสาร จะต้องดูด้วยว่าคุณได้เดินทางไปในช่วงเทศกาลสำคัญๆ หรือไม่เพราะการไปเที่ยวเกาะแสมสารในช่วงเทศกาล อาจจะทำให้มีนักท่องเที่ยวมากมาย ทำให้เกิดความแออัด และเจ้าหน้าที่อาจดูแลไม่ทั่วถึง ถ้าเทียบกับไปเที่ยวเกาะแสมสารในวันธรรมดา ซึ่งยังรองรับนักท่องเที่ยวได้ไม่มาก และหากจะต้องไปในช่วงเทศ กาลจะต้องวางแผนให้ดี เพราะนอกจากจะไปยืนรอคิวเพื่อซื้อตั๋วอย่างแออัดแล้ว ยังอาจทำกิจกรรมไม่ได้ครบทุกอย่างอีกด้วย ซึ่งการเดินทางไปช่วงเทศกาลจะมีผู้คนมากมายจากทุกที่ ที่ต่างเดินทางมาเที่ยวเกาะแสมสาร โดยเฉพาะหาดจะต้องลงเรือ ซึ่งหากมีคนในเรือเยอะเกินไปก็อาจเกิดอันตรายได้

2.การเตรียมตัวล่วงหน้าให้พร้อมเมื่อไปเกาะแสมสาร

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทางไปเที่ยวเกาะแสมสารถือได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ที่จะทำให้คุณได้ใช้เวลาในการพักผ่อนอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลอะไร ในระหว่างออกทริปไปเกาะแสมสารเมื่อทำจะต้องทำท่ามกลางแสงแดดจัดๆ อากาศร้อนๆ แต่หากคุณเตรียมตัวดี ด้วยการพกแว่นกันแดด หมวก ครีมกันแดด รวมถึงอาหาร ขนม เครื่องดื่ม สบู่อาบน้ำ และเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน หรือแม้แต่ชุดอุปกรณ์ดำน้ำ หากเตรียมไปพร้อมก็จะไม่ทำให้คุณต้องกังวลอีกต่อไป ซึ่งจะทำให้คุณได้ชมวิว และบรรยากาศสวยๆ พร้อมกับทำกิจกรรมต่างๆ บนเกาะแสมสารได้อย่างสนุกสนานแน่นอนครับ

3.ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางเที่ยวเกาะแสมสาร

เพราะฤดูร้อนเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมไปท่องเที่ยวทะเลสัตหีบ และเกาะแสมสาร ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวเกาะแสมสาร ควรวางแผนการเที่ยวล่วงหน้าก่อน โดยเฉพาะการเช็คสภาพดินฟ้าอากาศดูด้วยว่า มีฝนตกหนักหรือพายุเข้าหรือไม่  ควรทำการตรวจสอบเส้นทางและศึกษาสภาพอากาศของเกาะแสมสารโดยติดตามพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำ เสมอ หากมีประกาศแจ้งเตือนที่เกี่ยวกับคลื่นพายุลมแรง ควรงดหรือเลื่อนการเดินทางออกไปก่อน เพื่อให้มีความปลอดภัยต่อการท่องเที่ยว เพราะความแปรปรวนของสภาพอากาศและคลื่นลมในทะเล อาจส่งผลทำให้เสี่ยงต่อการได้รับอันตราย

4.เมื่อต้องเล่นน้ำทะเลที่หาดเมื่อไปเที่ยวเกาะแสมสาร

และเมื่อไปเกาะแสมสารแล้วหากต้องเล่นน้ำทะเลตามหาดต่างๆ  ควรหลีกเลี่ยงการเล่นน้ำบริเวณที่มีระดับน้ำลึก หรือมีโขดหินใต้น้ำ ไม่เล่นน้ำหรือลงเรือขณะฝนตกหนักและไม่แยกไปเล่นน้ำตามลำพังเพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันที และควรเลือกเล่นน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย ห้ามเล่นน้ำบริเวณน้ำลึกหรือบริเวณที่มีคลื่นลมแรง หรือมีโขดหินเยอะๆ อย่างเด็ด ขาด ลองสังเกตธงที่ปักแสดงความลึกของระดับน้ำ หากเป็นธงสีเขียว แสดงว่าสามารถเล่นน้ำได้ แต่หากเป็นธงสีแดงหนึ่งอันแสดงว่าอันตราย แต่ 2 อันแสดงว่าพื้นที่นั้นอันตรายมาก ธงสีเหลืองหมายความว่าให้ระวัง และไม่ควรเล่นน้ำตามลำพังหากว่ายน้ำไม่เป็น

5.เตรียมยาทุกชนิดของการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อไปเกาะแสมสาร

ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปเล่นน้ำบริเวณที่มีโขดหิน หลุมลึก หรือแหล่งสัตว์มีพิษอย่างแมงกะพรุน เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ที่สำคัญอย่าลืมจัดเตรียมสัมภาระที่จำเป็นโดยเฉพาะยารักษาโรคทุกชนิดเบื้องต้น อย่างยาหม่อง ยาล้างแผล ยาฆ่าเชื้อ ผ้าก๊อต สำลี เบตาดีน ฯ รวมถึง ห่วงยาง ชูชีพ ฯลฯ เอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน หาดเกิดหินบาด หรือแมลงกัดต่อย หรือโดนสีตว์มีพิษในทะเล การมีชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นจะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้

6.ไม่เล่นน้ำที่เกาะแสมสารหลังรับประทานอาหาร

เมื่อไปเกาะแสมสารแล้วต้องลงเรือเพื่อไปเล่นน้ำหรือดำน้ำดูปะการังตามหาดลูกลมหรือหาดเทียน ไม่ควรเล่นน้ำหลังรับประทานอาหาร เพราะอาจจะทำให้เป็นตะคริวที่ท้องและทำให้จมน้ำได้ ควรนั่งพักประมาณ  1  ชั่วโมงหลังทานอาหาร ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิด และมักจะขึ้นมากินขนมหรือของว่าง  และอาหารให้อิ่มแล้วลงไปเล่นน้ำต่อ โดยไม่ได้นักพัก เพราะกลัวขาดตอนความสนุก ซึ่งเมื่อทราบดังนี้แล้วจะต้องรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยด่วนครับ

7.ดูแลความปลอดภัยของเด็กๆ เมื่อเล่นน้ำที่เกาะแสมสาร

หากคุณว่ายน้ำไม่เป็น หรือไม่แข็งแรง และยังต้องดูเด็กๆ ไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นน้ำตามลำพัง  ควรมีผู้ใหญ่หรือคนที่ว่ายน้ำเป็นคอยดูอย่างใกล้ชิดและควรสวมใส่เสื้อชูชีพหรือห่วงยาง เพื่อป้องกันการจมน้ำและห้ามว่ายน้ำเข้าใกล้เรือ หรือเครื่องเล่นต่างๆ ขณะที่กำลังแล่นอย่างเด็ดขาด เพราะอาจถูกชนหรือใบพัดทำให้เกิดอันตรายได้  ควรดูแลอย่างใกล้ชิดทุกครั้งที่เล่นน้ำ จะทำให้การท่องเที่ยวเกาะแสมสารเป็นไปด้วยความสนุกสนานและปลอดภัย

8.ระวังความปลอดภัยเมื่อต้องดำน้ำดูปะการังที่เกาะแสมสาร

การดำน้ำชมปะการังที่เกาะสมสารเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยม หากขาดความระมัดระวังก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้  ข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการเล่นน้ำทะเล หรือดำน้ำคือเลือกเล่นน้ำในบริเวณที่ปลอดภัย และให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อห้ามของพื้นที่ที่เข้าไปดำน้ำทุกครั้ง การดำน้ำบริเวณลึกจะต้องเรียนดำน้ำอย่างถูกวิธีและต้องรู้จักเลือกใช้อุปกรณ์ดำน้ำที่เหมาะสมกับการใช้งาน ห้ามดำน้ำขึ้นและลงอย่างรวดเร็ว เพราะจะทำให้ก๊าซภายในปอดเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วและเข้าไปอยู่ในเลือด โดยเฉพาะในช่วงที่ขึ้นจากน้ำ อาจทำให้เลือดขึ้นไปอุดตันสมอง จนเกิดภาวะน็อกน้ำทะเล  จะส่งผลทำให้มีโอกาสเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้ หากถูกกระแสน้ำซัด

การเล่นน้ำที่หาดต่างๆ บนเกาะแสมสาร พยายามอย่าว่ายสวนหรือว่ายทวนน้ำเพราะจะทำให้เหนื่อยง่าย ให้ใช้วิธีลอยตัวไปตามกระแสน้ำ ที่สำคัญไม่ควรดำน้ำตามลำพังควรมีกลุ่มเพื่อนๆ เล่นน้ำด้วย เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจะได้มีคนคอยช่วยเหลือและพยายามเกาะกลุ่มไว้ เพื่อไม่ให้พลัดหลง หรือควรหยุดเล่นน้ำหรือดำน้ำทันทีหากเริ่มมีกระแสน้ำพัดคุณห่างออกจากฝั่งไปเรื่อยๆ หรือหยุดทันทีทีมีฝนตั้งเค้าและเริ่มมีคลื่นลมรุนแรงขึ้นเพื่อความปลอดภัยครับ

10 สิ่งที่คุณต้องรู้ สำหรับการมาเที่ยวเกาะแสมสาร สัตหีบ

10-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3

การเดินทางมาเที่ยวเกาะแสมสารสมัยนี้ถือว่ามีความสะดวกสบายมากขึ้นครับ กานเดินทางที่มีรถประจำทาง หรือรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถมาท่องเที่ยวที่เกาะแห่งนี้ได้ สมัยก่อนนักท่องเที่ยวอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นกับเส้นทางมาสัตหีบสักเท่าไหร่ เพราะแหล่งท่องเที่ยวอาจจะยังไม่เปิดกว้าง ทำให้คนมาเที่ยวกันน้อย ประกอบกับพื้นที่ทั้งหมดของหมู่เกาะแสมสารอยู่ในความดูแลของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการกองทัพเรือ  รวมถึงหาดอื่นๆ อีกหลายหาดทำให้ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นระเบียบ และคนยังไม่ค่อยกล้ามาเที่ยวสักเท่าใด แต่ในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเกาะแสมสารกันมากขึ้น ด้วยชื่อเสียงความสวยงามของเกาะที่มีการบอกต่อกันตามสื่อต่างๆ ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาว ต่างชาติเดินทางมาเที่ยวกันมากขึ้น 10 สิ่งที่คุณจะต้องทราบก่อนการเดินทางมาเที่ยวเกาะแสมสาร มีอะไรบ้างมาดูกันครับ

1.เกาะแสมสาร ใกล้กรุงเทพ ฯ การเดินทางง่ายนิดเดียว

เกาะแสมสาร อยู่อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หากขับรถยนต์มาเองใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น เป็นการเดินทางที่สะดวกสบายขับรถไปเองได้ไม่ไกลครับ แต่วิธีที่นักท่องเที่ยวแบบแบกเป้นิยมก็คือ นั่งรถตู้ไปลงที่สัตหีบซึ่งควรนั่งรถตู้ไปแต่เช้าๆ ราคาต่อเที่ยวประมาณ 150-160 บาท ปลายทางลงสัตหีบ บอกคนขับให้จอดที่ กม.1 หรือ กม.6 หากลงที่ กม.6 แล้วต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างแล้วบอกเขาไปว่าไปท่าเรือไปเกาะแสมสาร ราคาประมาณ 50 บาท สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องห่วง หรือจะโบกรถสองแถวไปก็ได้ เป็นสองแถว สีฟ้า-น้ำเงิน แต่นานๆ  จะมาสักคันอาจจะทำให้เสียเวลารอนาน

2.เกาะแสมสาร วันเดียวก็เที่ยวได้

เพราะที่เกาะแสมสารไม่มีที่พัก ทำให้นักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยสามารถใช้เวลาเพียงหนึ่งวันในการเดินทางมาท่องเที่ยวและทำกิจกรรมต่างๆ ทางทะเลแบบวันเดียวก็เที่ยวได้ (จาก กทม.) การมาเที่ยวเกาะแสมสาร คุณจะได้เรียนรู้ตั้งแต่ยอดเขาถึงใต้ทะเล และได้สัมผัสกับห้องเรียนธรรมชาติ ซึ่งเกาะแสมสารมีสิ่งน่าสนใจให้คุณเที่ยวได้ตั้งแต่ยอดเขาไปจนถึงใต้ท้องทะเล เรียกว่าสนุกและฟินครบรสได้ทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็นเลยล่ะ

3.เกาะแสมสาร มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

ที่เกาะแสมสารมีเส้นทางสำหรับศึกษาธรรมชาติ เพื่อตามรอยเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  เป็นการชมพันธุ์ไม้สองข้างทางซึ่งจะมีป้ายบอกชื่อและสรรพคุณให้นักท่องเที่ยได้รู้จักพันธุ์ไม้แปลกๆ  แถมมีจุดชมทิวทัศน์ที่จะมองเห็นได้ทั้งชุมชนแสมสาร ท่าเทียบเรือ และเกาะต่างๆ   ในมุมมอง 180 องศา จากเส้นทางเดินป่าก่อนเดินทางไปยังหาดเทียนหรือหาดลูกลม  หรือจะนั่งรถกินลมชมธรรมชาติรอบ ๆ เกาะเพื่อไปยังจุดดำน้ำของทั้งสองหาดได้

4.ขั้นตอนการเดินทางไปเกาะแสมสาร

การเดินทางไปเกาะแสมสาร เมื่อมาถึงพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เกาะและทะเลไทยหรือท่าเรือเขาหมาจอ ก็ซื้อตั๋วข้ามไปเกาะแสมสาร ซึ่งจะมีการแจกบัตรคิว 06.00 น. และจำหน่ายตั๋ว 08.00 น. ราคาค่าตั๋ว ไป-กลับ เกาะแสมสาร ผู้ใหญ่ คนละ 300 บาท เด็กตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน 18ปี คนละ 220 บาท ส่วนเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ขวบ ฟรีครับ สำหรับชาวต่าง ชาติทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คนละ 600 บาท และ ไม่มีการรับจองล่วงหน้า  ซึ่งตั๋วเรือไปแสมสาร สามารถนำมาใช้สำหรับเข้าชม พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ได้อีกด้วย

5.ช่วงเทศกาลเกาะแสมสารนักท่องเที่ยวเยอะมาก

หากเป็นช่วงวันหยุดยาวๆ หรือทุกๆ วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่เกาะแสมสาร จะมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันเยอะมาก ซึ่งหากจำเป็นจะต้องไปในช่วงวันหยุดจริงๆ ก่อนเดินทางควรทำใจล่วงหน้า เพราะอาจทำให้ไม่ได้รับความสะดวกสบายอย่างที่ควรจะเป็น เนื่องจากนักท่องเที่ยวเยอะมาก  เจ้าหน้าที่อาจดูแลไม่ทั่วถึง

6.เกาะแสมสาร เที่ยวได้ตลอดทั้งปี

ที่เกาะแสมสารไม่มีปิดเกาะ สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และก่อนขึ้นเรือไปแสมสาร ควรตุนเสบียงไปด้วย เพราะบนเกาะ มีอาหารและเครื่องดื่มจำนวนจำกัด ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว หรืออาจมีอาหาร ขนม  เครื่องดื่มหรือ ของว่างที่ไม่โดนใจ ซึ่งคุณสามารถซื้อเสบียงติดไปด้วยเวลาที่หิวก็จะได้หยิบขึ้นมารับประทานได้ หลังจากทำกิจกรรมต่างๆ ที่อยู่บนเกาะแสมสาร

7.เกาะแสมสาร แดดแรงมาก

ระหว่างเดินไปขึ้นเรือที่จะไปเกาะแสมสาร ซึ่งที่นั่นเป็นท่าเรือที่ไม่มีที่กำบังแดดจึงทำให้นักท่องเที่ยวค่อนข้างร้อนมาก ในบางเวลาคนต่อคิวรอกันเยอะๆ ยิ่งร้อนยิ่งเบียด ควรหาร่มสักคันหรือหมวกกันแดดสักใบมาไว้บังแดดด้วยก็ดี  ส่วนเรือข้ามไปเกาะแสมสาร เป็นเรือประมงที่มีการดัดแปลงให้มีที่นั่งและที่กำบังแดดแบบจำกัด หากคุณขึ้นเรือช้าอาจจะเหลือแต่พื้นที่ให้นั่งตากแดด เพราะแต่ละรอบคนเยอะมากมายครับ

8.ข้อควรรู้เมื่อมาเกาะแสมสาร

เรือข้ามไปเกาะแสมสาร จะออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่ 9.00 น.- 13.00 น. โดยแล่นจากท่าเรือ เขาหมาจอ – เกาะแสมสาร ใช้เวลา เพียง 15-20 นาที ซึ่งเรือจะจอดที่ท่าเรือเกาะแสมสาร ฝั่งหาดเทียน และเมื่อขึ้นเกาะแล้ว เจ้าหน้าที่จะให้มานั่งฟังการบรรยาย และให้ความรู้เกี่ยวกับเกาะแสมสาร เพื่อให้ทราบว่าบนเกาะมีกิจกรรมอะไรที่ต้องทำบ้าง เที่ยวตรงไหนได้บ้างโดยใช้เวลาฟังทำความเข้าใจไม่นาน

9.ข้อห้ามเมื่อมาที่เกาะแสมสาร 

เกาะแสมสาร สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้วันละ 500 คน  ซึ่งเกาะแสมสารยังมีข้อห้ามที่สำคัญคือ ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ข้ามไปเกาะแสมสาร และห้ามใส่ชุดบิกินี่  ส่วนชาวต่างชาติก็ห้ามข้ามเกาะแสมสารโดยที่ไม่มีคนไทยมาด้วย

10.กิจกรรมหลากหลายที่เกาะแสมสาร

บนเกาะแสมสารมีชายหาดที่สามารถเล่นน้ำ และสามารถทำกิจกรรมทางน้ำได้ คือ หาดเทียน และ หาดลูกลม โดยทั้งสองหาดนี้ อยู่กันคนละฝั่งของเกาะ ซึ่งจะอยู่ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร แต่มีรถ รับ-ส่ง (ฟรี) เพื่อคอยรับ-ส่ง นักท่องเที่ยวทั้งสองหาด โดยใช้เวลาเดินทาง 5 นาที เท่านั้น และมีรถออกตลอดเวลา ซึ่งหาดเทียน เป็นหาดแนวยาวและสวย อยู่ติดกับท่าเรือ มีให้เช่าจักรยานปั่นเล่น  และเช่าอุปกรณ์ดำน้ำ  ก่อนจะนั่งเรือออกไปดำน้ำ ก็ต้องชมการสาธิตการดำน้ำเบื้องต้น ซึ่งการไปดำน้ำก็ต้องไปลงชื่อกับเจ้าหน้าที่ก่อน ส่วนหาดลูกลมเป็นหาดที่สวยและกว้าง สามารถเล่นวอลเล่ย์บอลชายหาดได้  และมีการนั่งเรือท้องกระจก ดูปะการังใต้น้ำ